เกียรติยศและความสูงส่งของ “ฟาติมะฮ์” (อ)

196
0

 

ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) กล่าวกับท่านว่า “โอ้ลูกรัก แท้จริงอัลลอฮ์ทรงให้เกียรติแก่โลกนี้ ดังนั้นพระองค์จึงทรงคัดเลือกพ่อให้อยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่าชายทั้งหลายในสากลโลก ต่อจากนั้นพระองค์ทรงให้ข้อเสนอประการที่สอง โดยทรงเลือกสามีของเจ้าไว้ในตำแหน่งที่เหนือกว่าชายทั้งหลายในสากลโลก ต่อจากนั้นพระองค์ทรงมอบข้อเสนอประการที่สาม โดยทรงเลือกเจ้าไว้ในตำแหน่งที่เหนือกว่าสตรีทั้งหลายในสากลโลก หลังจากนั้นพระองค์ทรงมอบข้อเสนอประการที่สี่  คือทรงเลือกบุตรทั้งสองของเจ้าไว้ในตำแหน่งที่เหนือกว่าชายหนุ่มทั้งหลายในสากลโลก”

มีรายงานจากท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ว่า “แท้จริงฟาติมะฮ์ คือดวงใจของฉัน สิ่งที่ทำให้เธอเกลียด เท่ากับทำให้ฉันเกลียด และสิ่งใดที่ทำให้เธอพึงพอใจ ก็เท่ากับทำให้ฉันพึงพอใจ…”

และในขณะที่ท่านจับมือของท่านหญิงอยู่นั้น ท่านได้กล่าวว่า “ผู้ใดที่ได้รู้จักเธอ ก็เท่ากับได้รู้จักเธอแล้ว แต่ใครก็ตามที่ยังไม่รู้จักเธอ (ฉันขอบอกว่า) นี่คือฟาติมะฮ์บุตรของมุฮัมมัด เธอคือก้อนเลือดของฉัน และเธอคือหัวใจของฉัน และเป็นวิญญาณของฉัน ที่อยู่ระหว่างดวงใจของฉัน ดังนั้นใครที่ทำร้ายเธอก็เท่ากับทำร้ายฉัน และใครที่ทำร้ายฉันก็เท่ากับทำร้ายอัลลอฮ์”

ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) กล่าวกับอิมามอาลี (อ) ว่า “โอ้อาลี แท้จริงฟาติมะฮ์คือก้อนเลือดของฉัน เธอคือแก้วตาและดวงใจของฉัน สิ่งใดก็ตามที่ทำให้เธอมีความทุกข์ ก็เท่ากับทำให้ฉันมีความทุกข์ด้วย และสิ่งใดก็ตามที่ทำให้เธอมีความสุข ก็เท่ากับทำให้ฉันมีความสุขด้วย และเธอคือบุคคลแรกจากอะฮ์ลุลบัยต์ของฉันที่จะติดตามฉันไป ดังนั้นจงปฏิบัติต่อเธออย่างดีภายหลังจากฉัน ส่วนฮาซันและฮูเซนนั้น ทั้งสองคือบุตรของฉันและเป็นที่รักของฉัน เขาทั้งสองคือประมุขของชายหนุ่มแห่งสวรรค์ ดังนั้นเขาทั้งสองจะเป็นหูเป็นตาสำหรับเจ้า”

หลังจากนั้นท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้ยกมือของท่านขึ้นสู่ฟากฟ้าและกล่าวว่า “โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอปฏิญาณว่า ฉันจะมอบความรักให้กับบุคคลที่มอบความรักให้กับพวกเขา และฉันจะโกรธเคืองต่อผู้ที่สร้างความโกรธเคืองให้กับพวกเขา ฉันให้ความศานติแก่ผู้ที่ให้ศานติแก่พวกเขา ฉันจะสู้รบกับบุคคลที่สู้รบกับพวกเขา ฉันจะเป็นศัตรูกับผู้ที่เป็นศัตรูกับพวกเขา และฉันจะเป็นผู้คุ้มครองต่อบุคคลที่สวามิภักดิ์ต่อพวกเขา”

หนึ่งในเหตุการณ์อันจำเริญที่เกิดขึ้นในเดือนที่เปี่ยมไว้ด้วยรัศมี (นูร) ของเดือนซุลฮิจญะฮ์ ปีฮิจญ์เราะฮ์ศักราชที่สอง คือการแต่งงานของท่านอมีรุลมุอ์มินีนอะลี บินอะบีฏอลิบ (อ.) กับท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รอ (อ.) บุตรีของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ซึ่งผลของการแต่งงานครั้งนี้ได้นำมาความดีงามและความจำเริญอันมากมายสำหรับมนุษยชาติ ซึ่งบางทีอาจะมีคำถามเกิดขึ้นว่า คัมภีร์อัลกุรอานได้ชี้ถึงการสมรสของบุคคลทั้งสองนี้ไว้หรือไม่ จำเป็นต้องกล่าวว่า ในสองที่ของคัมภีร์อัลกุรอานเราสามารถพบคำตอบของคำถามนี้ได้ คือ :

แห่งที่หนึ่งอยู่ในซูเราะฮ์ (บท) อัลเกาษัรและอีกแห่งอยู่ในซูเราะฮ์ (บท) อัรเราะห์มาน ในซูเราะฮ์อัลเกาษัร คือโองการที่พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสูงส่งทรงตรัสว่า :

إِنَّا أَعْطَيْنَاكَ الْكَوْثَرَ

“แท้จริงเราได้ประทาน “เกาษัร” (ความดีงามอันมากมาย) ให้แก่เจ้า”

    ในความเป็นจริงแล้วหนึ่งในตัวอย่าง (มิศดาก) ของความดีอันมากมาย (เกาษัร) คือการดำรงอยู่ของบรรดาอิมาม (อ) ผู้บริสุทธิ์ที่สืบเชื้อสายมาจากท่านหญิงฟาฏิมะฮ์อัซซะฮ์รอ (อ) และเป็นสาเหตุทำให้ความดีงามของท่านหญิง (อ) ดำเนินอยู่ตลอดทุกยุคสมัย และประเด็นนี้เกิดขึ้นด้วยสื่อของการแต่งงานของท่านหญิงกับท่านอะมีรุ้ลมุอ์มินีน อะลี บินอบีฏอลิบ (อ.) ในฐานะ “กุฟว์” (ผู้มีความคู่ควร) เพียงผู้เดียว (1)

อีกแห่งของคัมภีร์อัลกุรอานที่ชี้ถึงการแต่งงานของท่านอิมามอะลี (อ.) กับท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รอ (อ.) โดยนัยนั่นก็คือโองการที่ 19 ถึง โองการที่ 22 ของซูเราะฮ์ (บท) อัรเราะห์มานที่พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่งได้ทรงตรัสว่า

مَرَجَ الْبَحْرَيْنِ يَلْتَقِيَانِ * بَيْنَهُمَا بَرْزَخٌ لَّا يَبْغِيَانِ * فَبِأَيِّ آلَاء رَبِّكُمَا تُكَذِّبَانِ * يَخْرُجُ مِنْهُمَا اللُّؤْلُؤُ وَالْمَرْجَانُ

“พระองค์ทรงบันดาลให้สองทะเล (น้ำเค็มและน้ำจืด) ไหลมาบรรจบกัน ระหว่างมันทั้งสองมีสิ่งขวางกั้นโดยที่ทั้งสองจะไม่ล้ำเขตของกันและกัน ดังนั้นต่อความโปรดปรานอันใดของพระผู้อภิบาลของเจ้าทั้งสอง (ญินและมนุษย์) ที่เจ้าทั้งสองว่ามุสา? มีไข่มุกและปะการังสีแดงเรื่อออกมาจากมันทั้งสอง”


แปลและเรียบเรียง : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ขอบคุณเว็บไซต์ซอฮิบซะมาน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่